Posts in Category: Lifestyle

แย่แล้ว รถเบรกแตก ใจเย็น ๆ มาดูวิธีแก้ไขสถานการณ์แบบนี้กันดีกว่า

การใช้รถใช้ถนนในวันนี้ เราจะพบว่ามีบ่อยครั้งที่อุบัติเหตุเฉี่ยวชนเกิดขึ้นจากพฤติกรรมการขับขี่ที่ไม่ถูกต้อง ผู้ขับขี่บางคนเป็นมือใหม่ คิดว่ารถมีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ราคาสูงไว้เคียงข้างแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นก็ยังขอเคลมประกันได้ นั่นจึงทำให้ประมาทและไม่ระวัง แต่ก็มีหลาย ๆ ครั้งที่อุบัติเหตุเกิดขึ้นจากความผิดปกติของชิ้นส่วนรถที่ยากจะคาดถึง เช่น อาการเบรกแตก ปัญหานี้คาดเดายากแม้จะมีการเช็กสภาพรถก่อนขับขี่แล้วก็ตาม

ในความเป็นจริงแล้ว อาการเบรกแตกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน แต่จะมีสัญญาณบ่งบอกมาก่อนบ้าง ส่วนใหญ่จะเกิดจากอาการผ้าเบรกสึก รถเบรกแตกนั้นถือว่าอันตรายมากแม้จะมีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ราคาสุดคุ้มไว้คอยดูแล บางทีก็อาจจะไม่คุ้มค่า เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นอาจเกินกว่าที่จะเยียวยาชดเชยได้ อาการเบรกแตกจึงเป็นอะไรที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดขึ้นแล้วควรจะต้องรับมืออย่างไร มาเตรียมความพร้อมไว้รับมือกันดีกว่า

1.สติอยู่ ความปลอดภัยก็มา

สติและสมาธิ เป็นสิ่งที่สำคัญเสมอเวลาที่ขับรถ ยิ่งเมื่อเจอปัญหาเบรกแตกแบบไม่คาดคิดด้วยแล้ว การตั้งสติถือเป็นสิ่งแรกที่จะต้องทำเลย ถ้าคุณเหยียบเบรกแล้วรถไม่ยอมหยุด รถไม่ชะลอ มั่นใจแล้วว่าเบรกแตกแน่นอน อย่าตื่นเต้นตกใจหรือตระหนกจนเกินไป รวบรวมสติให้ได้ แล้วค่อย ๆ หาทางแก้ไขปัญหาทำให้รถช้าลง

จอดข้างทาง

ถ้าเส้นทางที่ขับไปยังพอมีช่องว่างให้ออกซ้ายได้ ให้ชิดซ้ายและจอดข้างทางอย่าฝืนไปต่อ ถ้าคุณตั้งสติได้ คุณจะค่อย ๆ เรียงลำดับได้ว่าควรจะทำอะไรก่อนหลัง เห็นไหมว่าถ้ามีสติ ความปลอดภัยก็จะมา

2.ความเร็วเป็นสิ่งที่ต้องลดลงให้ได้

ถ้าเบรกแตกขึ้นมา คุณต้องพยายามแยกเรื่องความเร็วของรถออกมาให้ได้ อย่าให้สองเรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกัน เพราะถ้าเบรกแตกแล้วรถยังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่ค่อนข้างสูงก็เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุอย่างมาก แม้ว่ารถคุณจะมีประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ราคาสุดพิเศษและให้ความคุ้มครองสูงแค่ไหนก็ตาม แต่เรามิอาจรู้ได้ว่าอุบัติเหตุจะสร้างความเสียหายอะไรให้กับเราบ้าง หากบาดเจ็บหนักหรือเสียชีวิตจะชดเชยมากแค่ไหนก็คงไม่คุ้ม

คนที่ขับรถยังไม่ชำนาญแม้จะตั้งสติได้ แต่ก็มักไม่รู้ว่าจะลดความเร็วของรถลงได้อย่างไรในช่วงจังหวะแบบนั้น ซึ่งก็ขอแนะนำเป็นขั้นตอนไว้ดังนี้

  • เหยียบคลัตช์
  • ลดตำแหน่งเกียร์ลง ถ้าเป็นเกียร์ออโต้ให้ไปที่ปุ่มสลับตำแหน่งเกียร์
  • เปลี่ยนจากเกียร์ D มาอยู่ที่ตำแหน่ง 3 (D3) ก็จะลดความเร็วแบบกะทันหันได้

3.ใช้เบรกมือให้เป็นประโยชน์

เมื่อรถเริ่มลดความเร็วลงแล้ว ก็ให้ใช้เบรกมือเข้าช่วย ค่อย ๆ ยกเบรกมือขึ้นทีละนิด ขอย้ำว่าให้ยกขึ้นทีละนิด อย่ายกจนสุดในทีเดียว ซึ่งการค่อย ๆ ยกเบรกมือจะเป็นการลดความเร็วที่ล้อหลัง หลังจากนั้น ให้คุณจับพวงมาลัยให้มั่น จนมั่นใจว่าควบคุมรถได้แน่ ๆ แล้วค่อย ๆ ขับชิดซ้ายไปช้า ๆ ก็จะจอดรถได้อย่างปลอดภัย

นี่คือ 3 ขั้นตอนในการแก้ไขสถานการณ์หากคุณประสบปัญหารถเบรกแตก ทำแบบนี้ก็จะปลอดภัย ไม่เจอกับอุบัติเหตุรุนแรง แต่อย่าลืมว่าแม้เราจะระวังแค่ไหน อุบัติเหตุก็ยังคงเกิดขึ้นได้ การเตรียมพร้อมรับมือไว้จึงไม่ใช่เรื่องเสียหาย การทำประกันรถก็เป็นวิธีการเตรียมรับมือที่สมเหตุสมผล ถ้าคุณต้องการตรวจสอบว่าประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ราคาเป็นอย่างไร จะได้เตรียมตัวทำประกันชั้น 1 บ้าง สามารถเช็กราคาได้เลยกับ EasyCompare รับรองคุณได้คำตอบที่ต้องการแน่นอน

เพราะอะไรถึงต้องทำให้ที่นอนของเรา สะอาดอยู่เสมอ

ห้องนอนเป็นห้องที่เราใช้เวลาอยู่ยาวนานมากที่สุด เมื่อเทียบกับเวลาทั้งหมดที่เราใช้ไปในแต่ละวัน เราใช้เวลาไปกับการนอนมากกว่าครึ่งหนึ่งของชีวิต การนอนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ และห้องนอนของเรา ก็จำเป็นจะต้องมีความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้อันตรายต่างๆ หรือโรคภัยไข้เจ็บที่มักมาจากความสกปรก เกิดขึ้นกับเราเอง

แล้วถ้าห้องนอนของเรา หรือว่าที่นอน ของเราไม่สะอาดมากพอ จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ลองมาดูกัน เผื่อว่าใครจะได้หันมาใส่ใจในการดูแลที่นอนของตัวเองให้ดีกว่าเดิม

-เป็นสิว คนที่เป็นสิวแล้วไม่หายสักที และไม่รู้ว่าสาเหตุมันเกิดจากอะไร ถึงแม้จะพยายามหายามาทามันก็ไม่หายสักที ที่นอน ของเรา คือสาเหตุส่วนหนึ่ง ที่ทำให้เราเป็นสิวไม่ว่าจะเป็นสิวที่หน้า หรือว่าที่หลังก็ตาม หากไม่มีการทำความสะอาดห้องนอน ถึงอย่างไรสิวของเราก็ไม่หายสักที เพราะสิวมันมักจะขึ้น กับคนที่ไม่ชอบรักษาความสะอาด ไม่ว่าจะเป็นร่างกาย หรือว่าข้าวของที่ใช้ หากจัดการห้องนอนได้ สิวก็จะหายไปเองเช่นกัน

-โรคภูมิแพ้ โรคชนิดนี้มักจะเกิดขึ้น เมื่อร่างกายของเราต้องเจอกับความไม่สะอาด ลยิ่งถ้าเป็นห้องนอนของเราด้วย และไม่เคยทำความสะอาดมันเลย หรือถ้าจะทำก็นานๆ ที โรคภูมิแพ้เป็นโรคแรกๆ ที่เราจะต้องเจอ และมันมักจะมาตามฝุ่น และตามมสิ่งสกปรกต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมาจากร่างกายของเราเอง ที่ไม่อาบน้ำก่อนนอน หรือฝุ่นจากข้างนอก ที่ไม่มีการทำความสะอาด หรือป้องกันให้ดี ห้องนอนของเราก็เป็นเหมือนแหล่งสะสมเชื้อโรคนั่นเอง

-หลับไม่สนิท หรือมักจะนอนกรน เป็นสาเหตุที่เกิดมาจาก ทางเดนหายใจตีบหรือว่าถูกปิดกั้นขณะที่ขายใจ ทำให้หายใจไม่สะดวก ก็เลยเกิดอาการกรนขึ้น และอาการชนิดนี้ก็มักจะเกิดขึ้นกับคนที่เป็นภูมิแพ้ หรือว่าห้องนอน ที่นอน ไม่สะอาดพอนั่นเอง หากใครที่กำลังเจอปัญหาเหล่านี้ หรือว่าคนข้างๆ เจอปัญหาเหล่านี้ ลองเอาข้าวของในห้องนอน ออกมาทำความสะอาดดู เผื่อว่าอาการเหล่านั้นจะหายไปได้

เจ็บป่วยบ่อย สาเหตุหลักก็มาจากภูมิแพ้อีกเช่นกัน เมื่อร่างกายของเราต้องเจอกับสิ่งสกปรกมากๆ อย่างเช่นพวกฝุ่นละอองต่างๆ ก็มักจะทำให้เราเกิดอาการเหล่านี้ และสาเหตุหลักก็มาจากห้องนอนของเราเช่นกัน โดยเฉพาะ ที่นอน ที่มักจะเป็นเหล่งสะสมของตัวไรฝุ่น เป็นพาหะที่นำโรคต่างๆ เข้าสู่ร่างกายของเรา และสำหรับคนที่เป็นมากๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการอักเสบ หรือเป็นไซนัสได้ จนบางคนถึงขั้นเป็นมะเร็งปอดได้เลย

เพราะเหตุผลเหล่านี้ เราถึงต้องมาให้ความสำคัญกับที่นอน ของเราให้มากขึ้น ไม่ควรจะปล่อยให้ที่นอนของเราสกปรก หรือว่ามีกลิ่นต่างๆ ใครที่รู้ว่าบ้านตัวเองมีห้องนอนที่ไม่สะอาดเพียงพอ ก็ควรจะหันมาใส่ใจ และทำความสะอาดมันให้หมด เพื่อไม่ให้โรคร้าย ที่มาจากห้องนอนของเรา มาทำอันตรายเราเอง

วิธีรับมือกับอาการปวดหัวไมเกรน โดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียว

อาการปวดหัวที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่นั้น อาจจะเป็นผลมาจากการที่กล้ามเนื้อมีอาการเกร็ง (Tension Type Headache) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วอาการปวดหัวประเภทนี้จะไม่รุนแรงอะไรมากนักเมื่อเทียบกับอาการปวดหัวไมเกรน เนื่องจากอาการปวดประเภทนี้จะส่งผลรุนแรงต่อศีรษะมากกว่า โดยอาการที่แสดงออกมานั้นส่วนมากจะเริ่มมีอาการปวดที่บริเวณศีรษะข้างใดข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงลามไปปวดบริเวณหน้าผากส่วนหน้า และปวดศีรษะทั้งสองข้างในที่สุด

โดยอาการปวดนั้นจะมีลักษณะปวดแบบตุบ ๆ อยู่ที่หัว สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการนี้ยิ่งมีการเคลื่อนไหวร่างกายมากเท่าไหร่ อาการปวดก็จะมีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดรุนแรงถึงขั้นคลื่นไส้อาเจียนเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นเราไปดูกันดีกว่า โรคปวดหัวไมเกรนที่เกิดขึ้นนี้สามารถเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นแนวทางในการหาวิธีป้องกันเพื่อไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดหัวเพียงอย่างเดียวอีกต่อไปนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน

             จากการศึกษาผลงานวิจัยหลาย ๆ แหล่งยังไม่สามารถระบุลงไปได้แน่ชัดว่าอาการปวดหัวแบบไมเกรนนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุใดกันแน่ เพียงแต่บอกได้รวม ๆ ว่าอาการนี้เกิดขึ้นจากความผิดปกติในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ส่วนที่เป็นเส้นประสาทประเภทไตรเจอมินอล ประกอบกับความผิดปกติของเส้นเลือดในสมองบางเส้น ทั้งนี้ด้วยความผิดปกติที่เกิดขึ้นส่งผลให้อาการปวดหัวแบบไมเกรนของคนแต่ละบุคคลนั้นแตกต่างกันไป โดยอาการนี้จะถูกตรวจพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า

ปัจจัยที่สามารถเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรนได้

             ปัจจัยที่กระตุ้นอาการของโรคนี้พบว่ามีด้วยกันหลายด้าน เช่น ด้านการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนภายในร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่จะพบมากในผู้หญิงเมื่อเป็นประจำเดือน ด้านอารมณ์ความรู้สึก เช่น ความเครียด ความเศร้า หรือกระทั่งความตื่นเต้น ด้านร่างกาย เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเหนื่อยล้าอ่อนเพลียจากการทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือร่างกายอาจขาดสารอาหารหรือวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ด้านสิ่งแวดล้อม เช่น แสง เสียงรบกวน อุณหภูมิที่ส่งผลให้มีความร้อนหรือความเย็นที่มากเกินไป มลภาวะฝุ่นควันต่าง ๆ เป็นต้น

             การตอบสนองต่อปัจจัยใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับอาการปวดไมเกรนของแต่ละคน สำหรับคนที่ต้องการลดการกินยานั้น จะต้องหมั่นสังเกตให้ดีว่าตัวเองนั้นตอบสนองต่อปัจจัยใด โดยอาจจดรายละเอียดก่อนการเกิดอาการทุกครั้งลงสมุด เป็นการบันทึกติดตามอาการของตนเองเพื่อหาว่าปัจจัยใดกันแน่ที่ส่งผลให้เกิดอาการปวดไมเกรน จากนั้นจะได้หาทางป้องกันไม่ให้ปัจจัยนั้นสามารถเข้ามารบกวนตนเองได้ เช่น หากพบว่าแสงเป็นสาเหตุปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวดังกล่าว ต่อไปทุกครั้งที่ต้องเจอกับแสงจ้า ๆ ก็ให้สวมแว่นตากันแดดเพื่อเป็นการป้องกันเบื้องต้น หรือหากแพทย์ตรวจพบว่าสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคไมเกรนมาจากการขาดวิตามินหรือแร่ธาตุสารอาหารที่จำเป็นต่อสมอง ก็อาจจะต้องหาซื้ออาหารเสริมมารับประทานเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องการไม่ให้เกิดอาการปวดหัวได้อีกทางหนึ่ง

วิธีป้องกันและรับมือกับอาการปวดหัวไมเกรน

             อย่างไรก็ตามเมื่อทราบเหตุปัจจัยแล้วก็จะช่วยให้เราสามารถป้องกันอาการปวดหัวได้ในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ก็ยังมีวิธีการอื่น ๆ ที่จะช่วยให้เราป้องกันและรับมือกับอาการปวดไมเกรนได้ โดยไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวดเพียงอย่างเดียว ดังนี้

             1. พักผ่อนอย่างเพียงพอ เนื่องจากร่างกายคนเราต้องการการฟื้นฟูเพื่อซ่อมแซมส่วนที่ถูกใช้งานตลอดทั้งวัน ดังนั้นการนอนให้เพียงพออย่างน้อย 6 – 8 ชั่วโมงต่อวัน จึงนับเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

             2. ออกกำลังกายเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังเป็นการช่วยลดความเครียดไปได้ในตัวอีกด้วย

             3. งดรับประทานอาหารที่ให้โทษและไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกาย

             4. รับประทานอาหารเสริมเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างเพียงพอ

             5. หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะก่อให้เกิดอาการปวดหัว

เชื่อว่าหากทำได้ทั้งหมดนี้ ก็สามารถมั่นใจได้เลยว่าอาการปวดหัวไมเกรนแบบเดิม ๆ จะไม่สามารถทำอะไรเราได้อีกแล้ว หรือหากยังมีอาการอยู่ แต่ปรับวิธีรับมือได้ตามนี้คุณก็ลืมเรื่องการสะสมของยาในตับที่เกิดจากการกินเป็นระยะเวลานานมากเกินไปได้เลย

ชอปปิงกับ Shopee ในแคมเปญใน  9.9 แคมเปญใหญ่เอาใจนักชอปแบบจัดหนักจัดเต็ม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://shopee.co.th/m/99